2005/Oct/19

ผมพาลูกไปวิ่งเล่นและป้อนข้าวเย็นที่พุทธมณฑลบ่อยๆ เพราะจากบ้านผมไปที่นั่นสะดวกมาก. วันหนึ่งแวะดูเต่าริมคลองในพุทธมณฑล ได้เห็นกลอนติดต้นไม้บทหนึ่ง อ่านแล้วรู้สึกชอบและเห็นจริงตามนั้น เลยขอเอามาบันทึกไว้ที่นี้:

วิชาโลกเรียนเท่าไหร่ไม่รู้จบ

เพราะพิภพกว้างใหญ่ลึกไพศาล

วิชาธรรมเรียนแล้วทำจนชำนาญ

ย่อมพบพานจุดจบสบสุขเอย ฯ

[ขยายความรู้สึกเพิ่มเติม] หลังจากที่ผ่านชีวิตหลายมิติมากขึ้น, ทัศนคติของผมต่อวิชาโลกค่อยๆ เปลี่ยนไป. ผมรู้สึกว่าการทะนงตนในความรู้ทางวิชาโลกที่เหนือกว่าผู้อื่นช่างเป็นเรื่องไร้สาระ. มันเหมือนหอยทากตัวหนึ่งที่ภาคภูมิใจในการคืบตัวได้เร็วกว่าหอยทากตัวอื่นๆ 5 เท่าคือคืบได้ 15 เมตรในหนึ่งวัน ในขณะที่โลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้นก็เป็นเพียงฝุ่นผงในจักรวาลเท่านั้น.

แต่กระนั้นวิชาทางโลกส่วนใหญ่ก็มีประโยชน์ในตัวมันเอง แต่เราควรศึกษามันด้วยทัศนคติอย่างไรจึงจะถูกต้อง? การศึกษาเพื่อชิงความได้เปรียบในสังคมมันดีต่อเราในระยะยาวและในทุกมิติแห่งชีวิตจริงหรือ?


edit @ 2005/10/20 12:34:55


edit @ 2005/10/20 12:35:23
edit @ 2006/03/03 23:46:33
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เห็นด้วยค่ะ..
#1  by  เบนจี้ At 2005-10-20 00:02, 
สาธุ .... ( -/\- )

จริงตามนั้นเลยคับ
ขอบคุณครับ อ. เห็นด้วยอย่างมากครับ
#3  by  =J.O= At 2005-10-20 14:48, 
จริงตามนั้นคับ เคยได้ยินคนพูดว่าวิชาทางโลกศึกษาเท่าไหร่ เดี๋ยวก็หมด แต่มุมมองนี้เห็นว่าจริงกว่าแน่นอน เราเพียงแค่ยึดติดอยู่กับสิ่งที่เราชอบเท่านั้น
#4  by  src virus (202.129.41.190) At 2005-10-24 16:10, 
สาธุค่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
#5  by  มดส้มจ่อย At 2005-11-26 03:27, 
พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสว่า "หลักธรรมเปรียบเหมือนใบไม้ทั้งป่า ที่เราเรียนก็แค่ใบไม้หนึ่งกำมือเท่านั้น"

สำหรับปุถุชนอย่างเราๆ ก็ต้องเรียนรู้ทั้งทางโ%C
#6  by  X3R0-Drive At 2005-11-30 10:00, 

<< Home